Home

 

คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 205/2549

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
Written by Administrator | Thursday, 19 February 2009 12:27

คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี

ที่ ๒๐๕/๒๕๔๙

เรื่อง  การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

                       

 

โดยที่สถานการณ์ภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตได้เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ปัญหาความมั่นคงภายในประเทศมีความหลากหลายเชื่อมโยงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการในการรักษาความมั่นคงภายในเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลตามเป้าหมาย จึงจำเป็นต้องมีการผนึกกำลังของข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนอย่างเป็นระบบและมีเอกภาพ โดยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการประสานและเชื่อมโยงการทำงานที่ชัดเจน

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๓ (๔) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงออกคำสั่งไว้ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ให้ยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๕๘/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๕ และคำสั่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

 

ข้อ ๒  ให้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบบังคับบัญชาข้าราชการและการดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และหน่วยงานในสายงาน

ทั้งนี้ ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีอำนาจในการพิจารณาเสนอนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) และผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผช.ผอ.รมน.) ได้ตามความเหมาะสม โดยออกเป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี

 

ข้อ ๓  ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีบทบาทเป็นองค์กรกลางในการอำนวยการและประสานการปฏิบัติในการนำนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายในและวาระเร่งด่วนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ (ผนวก ก)

 

ข้อ ๔  ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีภารกิจ ดังนี้

๔.๑ วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการดำเนินการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายในของรัฐ

๔.๒ ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงภายในตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

 

ข้อ ๕  ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

๕.๑ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินแนวโน้มภัยคุกคามด้านความมั่นคงภายใน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

๕.๒ อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และเสริมการปฏิบัติส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบความมั่นคงในพื้นที่ทั่วประเทศทั้งทางบกและทางทะเล ให้เกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืน

๕.๓ เสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติด้วยการผนึกพลังมวลชน รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภายในประเทศ

๕.๔ ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

 

ข้อ ๖  ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีโครงสร้างการจัดหน่วยงานตามผังการจัดกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในประกอบคำสั่งนี้ (ผนวก ข)

 

ข้อ ๗   ให้จัดตั้งสำนักเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (สน.ลร.รมน.) เป็นหน่วยงานภายในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ทำหน้าที่เป็นสำนักงานฝ่ายอำนวยการในการวางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการปฏิบัติงานในสายงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน โดยมีเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ลธ.รมน.) เป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบควบคุมการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ทั้งนี้ ให้เสนาธิการทหารบกเป็นเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

ให้สำนักเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ประกอบด้วยฝ่ายต่าง ๆ โดยให้เป็นไปตามอัตราการจัดเฉพาะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด และให้มีศูนย์ประสานงานความมั่นคง และหน่วยงานภารกิจพิเศษ โดยศูนย์ประสานงานความมั่นคงให้จัดตามผนวกประกอบคำสั่ง (ผนวก ค) และหน่วยงานภารกิจพิเศษให้จัดเมื่อสั่ง

 

ข้อ ๘  เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในอาจมอบอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาและการปฏิบัติราชการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในให้กับรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นการเฉพาะเรื่อง หรือเฉพาะเวลาได้

 

ข้อ ๙  ให้มีการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค (กอ.รมน.ภาค) โดยให้แม่ทัพภาคเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค (ผอ.รมน.ภาค) มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการบังคับบัญชาข้าราชการ และการดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคตามขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาค

ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปโดยสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบ และตามที่ได้รับมอบหมายจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

ทั้งนี้ การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคให้เป็นไปตามอัตราจัดเฉพาะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด

 

ข้อ ๑๐  ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในและกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (กอ.รมน จว.) ทุกจังหวัดขึ้นตรงต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จว.) มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบบังคับบัญชาข้าราชการและการดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด เพื่อจัดระเบียบความมั่นคงในพื้นที่ รวมทั้งปฏิบัติงานตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคมอบหมาย

ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) ขึ้นตรงต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๑ โดยให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (ผอ.รมน.กทม.) มีอำนาจหน้าที่รับผิอชอบบังคับบัญชาข้าราชการและการดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งปฏิบัติงานตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๑ มอบหมาย

ทั้งนี้ การจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามอัตราการจัดเฉพาะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำหนด

 

ข้อ ๑๑  ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีอำนาจในการเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

ให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเพื่อสนับสนุนภารกิจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในตามความเหมาะสม

 

ข้อ ๑๒  ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในและหน่วยงานในสายงานดำเนินงานจัดทำแผนงานรักษาความมั่นคงภายในประจำปี และจัดทำเป็นแผนงาน โครงการ และความต้องการงบประมาณเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการตามระบบงานงบประมาณ

 

ข้อ ๑๓  กำลังพลที่ปฏิบัติงานในสายงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในถือว่าเป็นกำลังพลปฏิบัติงานประเภทเสี่ยงอันตรายตามแผนปฏิบัติการของส่วนราชการ ให้ได้รับสิทธิต่าง ๆ เช่นเดียวกับกำลังพลที่ปฏิบัติงานตามแผนป้องกันประเทศของเหล่าทัพ และได้รับการพิจารณาสิทธิตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยบำเหน็จความชอบค่าตอบแทนและการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือช่วยเหลือราชการ เนื่องในการป้องกันอธิปไตยและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๑ รวมถึงสิทธิอื่น ๆ ตามผนวกประกอบคำสั่ง (ผนวก ง)

สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ อำเภอชายแดน และพื้นที่พิเศษที่มีปัญหาด้านความมั่นคงที่กำหนดเป็นย่านอันตราย ถือว่าได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติราชการชายแดนพิเศษเกี่ยวกับการป้องกันราชอาณาจักร ให้มีสิทธิขอพระราชทานเหรียญราชการชายแดนตามระเบียบว่าด้วยการขอพระราชทานเหรียญราชการชายแดน สิทธิของผู้ได้รับพระราชทาน และการเรียกเหรียญและบัตรเหรียญราชการชายแดนคืน พ.ศ. ๒๕๑๑

 

ข้อ ๑๔  ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดที่ดำเนินการอยู่ก่อนคำสั่งนี้ ให้ดำเนินการอยู่ต่อไป และปรับอัตราเฉพาะกิจที่มีอยู่เดิมให้สอดคล้องกับภารกิจและโครงสร้างใหม่ตามคำสั่งนี้ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๒ เดือน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

 

ข้อ๑๕  ให้ส่วนราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐสนับสนุนการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ รวมทั้งให้การสนับสนุนกำลังพลตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร ร้องขอเป็นลำดับแรก

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

 

สั่ง ณ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พลเอก สุรยุทธ์  จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี

 

 

อัมภิญา/พิมพ์

๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑

ก้องเกียรติ/ตรวจ

๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑


Last Updated (Tuesday, 30 November 1999 00:00)
VALID CSS   |   VALID XHTML